Oct. 8, 2015

การเดินสาย PV1-F เพื่อลดค่า L

สิ่งที่คุณคิด อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณเข้าใจ ว่าไหม? 

การเดินสายไฟบนแผงโซล่าเซลล์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันผลกระทบทางอ้อมจากฟ้าผ่าใกล้ๆแผงโซล่าเซลล์ เนื่องจากแรงดันเหนี่ยวนำที่สูงสามารถเหนี่ยวนำเข้าไปยังสายไฟที่ต่อกับแผงโซล่าเซลล์ได้ ซึ่งแรงดันเหนี่ยวนำนั้นเกิดจากสายฟ้านั่นเองเพราะสายฟ้ามีกระแสที่สูง (จากสูตร V = L x dI/dt) ทำให้เกิดแรงดันเหนี่ยวนำ ซึ่งในทางปฏิบัตินั้น เราจะต้องพยายามที่จะไม่สร้าง Loop เกิดขึ้นในการเชื่อมต่อแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งวิธีที่ถูกต้องคือการต่อแบบรูป B ซึ่งจะเป็นการลดพื้นที่การเหนี่ยวนำ ส่วนรูป A นั้นจะเป็รการเพิ่มพื้นที่การเหนี่ยวนำ ซึ่งค่าความเหนี่ยวนำนั้นก็คือ L เพราะฉะนั้นยิ่งค่า L เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดแรงดันเหนี่ยวนำจากฟ้าผ่าตกคร่อมระบบในด้าน DC มากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้เมื่อเกิดฟ้าผ่าลงมาบริเวณใกล้ๆแผงโซล่าเซลล์ ทำให้อุปกรณ์ในระบบเสียหายได้ หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก หรือ SPDในด้าน DC ซึ่งทำหน้าที่ overvoltage protection หรือป้องกันแรงดันเกินในระบบ (แต่ถ้ามาสูงเกินพิกัดมัน มันก็พังนะครับ 555 มันช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง) ถ้าใช้แบบ A แน่นอนว่ามันจะประหยัดค่าสายไฟแต่ถ้ามองเรื่องความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในระบบนั้นจะพบว่าแบบ B ปลอดภัยมากกว่าในกรณีที่เกิดฟ้าใกล้ๆ ทำให้เกิดแรงดันเหนี่ยวนำในระบบด้าน DC ที่น้อยลง