Oct. 8, 2015

การวิเคราะห์ กำลังไฟฟ้า เพื่อใช้ในการติดตั้ง Solar Cell

ประโยชน์ของสมการ พาราโบล่า แบบคว่ำ

y = (-((x-12)^2)/0.036) + 1000

โดย y คือกำลังไฟฟ้า หน่วยเป็น วัตต์ (Watt)

และ x คือ เวลา  หน่วยเป็น ชั่วโมง (hr)

หากนำค่าการบันทึกค่ากำลังไฟฟ้าที่อินเวอร์เตอร์ผลิตได้ แปลงเป็นหน่วย 1000W จะพบว่าค่ากำลังไฟฟ้าที่ทำการบันทึกรายชั่วโมงนั้นจะมีรูปคล้ายๆ พาราโบล่า ซึ่งในการนำไปคิดเรื่อง Peak Demand ที่ลดได้ในการติดตั้ง Solar Rooftop แบบลดค่าไฟนั้น ผมนิยมใช้สมการพาราโบล่ามากกว่าโพลีโนเมียล โดยที่มาของสมการนั้นมาจากเวลา 12.00 นั้นกำลังผลิตไฟฟ้าของอินเวอร์เตอร์คือ 1000W และจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของวันคือ 6.00 และ 18.00 มีกำลังไฟฟ้าคือ 0 W หากนำมาคิดเป็นสมการพาราโบล่าแล้วก็จะได้สมการ
y = (-((x-12)^2)/0.036) + 1000 (หากต้องการค่าที่ใกล้เคียงความจริงอาจจะใช้สมการโพลีโนเมียลอันดับ 5 คือ y = 0.0046x5 + 0.8967x4 - 27.426x3 + 231.12x2 - 493.94x + 301.48 R² = 0.9896)

ประโยชน์ของสมการ y = (-((x-12)^2)/0.036) + 1000 คือ เราสามารถนำฟังค์ชั่นดังกล่าว ไปลบกับค่า Load Profile ของอาคารที่เราต้องการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดค่าไฟ F(t) = f(1) + f(2) โดยหากต้องการติดตั้ง 20kW ก็เพียงแค่คูณ 20 เข้าไปทุกพจน์ จะทำให้ได้ Load Profile หลังการติดตั้ง Solar ที่ใกล้เคียงกับการติดตั้งจริง มากๆ เพราะเป็นการคิดตามช่วงเวลาของวัน

แต่ผมคิดว่า คนที่ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดค่าไฟจริงๆ เค้าไม่ได้คิดแบบผมหรอก ส่วนใหญ่ก็จะเอาตัวเลข 20kW ไปลบกับ Peak เลย ซึ่งไม่ค่อยถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เวลา 9 โมง เป็นเวลาที่ Load Profile Peak สุด แต่ระบบ Solar จะผลิตได้แค่ 10kW ค่าที่ถูกต้องในการคิดคือ 10kW เป็นต้น